พูดถึงกรฟิกการ์ดรุ่นเล็กอย่าง NVIDIA GeForce GT1030 หลายคน คงอาจจะนึกถึงภาพของกราฟฟิกการ์ดราคาถูกๆ ที่มีไว้สำหรับเล่นเกมทั่วๆ ไป หรืออาจจะมีฟังก์ชั่นเล็กๆ น้อยๆ ทำอะไรไม่ได้มาก แต่สำหรับ GeForce GT1030 อาจจะต้องคิดใหม่ โดยสำหรับ NVIDIA GeForce GT1030 นี้เปิดตัวมาพร้อมกับ “EXPERIENCE GEFORCE GT” ที่อยากจะให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของตระกูล GT

ด้วยคุณสมบัติที่ถอดแบบมาจากกราฟฟิกรุ่นพี่ในซีรีย์ 10 ทั้งตัวกราฟิกชิปที่ใช้สถาปัตยกรรม Pascal หน่วยความจำที่เป็นแบบ  GDDR5 มีความจุมาให้ถึง 2 GB เรียกว่าไม่น้อยสำหรับกราฟิกการ์ดในราคาประหยัด  นอกจากนี้ยังรองรับ DirectX 12 สามารถแสดงผลภาพได้ถึง 4K Ultra HD รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ HDMI และ DisplayPort และที่สำคัญที่สุดคือ การรองรับการทำงานของ GeForce Experience ซึ่งแต่เดิมในตระกูล GT จะไม่สามารถใช้งานได้

ซึ่งจากสเปคและความสามารถที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ NVIDIA GeForce GT1030 มีประสิทธิภาพสามารถทำงานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภาพกราฟฟิกบน Adobe Photoshop ที่ทำได้ดีกว่าการทำงานด้วยกราฟฟิกที่ติดตั้งมาบนซีพียู ถึง 3 เท่า (เปรียบเทียบกับกราฟฟิก HD 510 บน Intel Pentium G4400) รวมถึงการตัดต่อวิดีโอบน Adobe Premier ที่ทำงานได้เร็วกว่าถึง 11 เท่า ยิ่งกับการใช้งานในการเล่นเกมด้วยแล้ว GeForce GT1030 สามารถเล่นเกมได้ดีกว่ากราฟฟิกที่ติดตั้งมาบนซีพียู ถึง 6 เท่าเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าทางผู้ผลิตซีพียูจะเคลมว่ากราฟฟิกที่ติดตั้งอยู่ในซีพียูของตนนั้น สามารถเล่นเกมได้ดีก็เถอะ แต่จากผลการทดสอบเปรียบเทียบระหว่างเครื่องหนึ่ง ที่ใช้ซีพียู Intel Core i3 6100 ซึ่งมาพร้อมกับชิปกราฟฟิก Intel HD 530 กับ อีกเครื่องหนึ่งที่ใช้ซีพียูรุ่นที่ต่ำกว่าเป็น Intel Pentium G4400 เพื่อชดเชยกับราคาของกราฟิกการ์ด GT 1030 ซึ่งมีราคาประมาณ 69 USD หรือราวๆ 2,350 บาท ผลที่ได้จะเห็นว่าเครื่องที่ใช้กราฟิกการ์ด GT 1030 มีคะแนนการทดสอบที่สูงกว่าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือการทำงานอย่างเห็นได้ชัด

ลองดูกันอีกหนึ่งสเปคที่ทางเอ็นวิเดียได้จัดมาให้เป็น Intel Core i3 6100 คู่กับ NVIDIA GeForce GT1030 ที่มีราคาค่าตัวประมาณ 445 USD (ประมาณ 15,200 บาท) เทียบกับ Core i5 6400 ที่ใช้ชิปกราฟฟิก HD Graphics 530 ที่มีราคาค่าตัวที่แพงกว่าอยู่ที่ประมาณ 499 USD(ประมาณ 17,000 บาท) แต่กลับทำงานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Premier Pro หรือการเล่นเกม CS:GO  ได้ช้ากว่าถึง 2.5 เท่า ซึ่งเอ็นวิเดียน่าจะกำลังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกราฟฟิกการ์ด ที่ไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะแค่การเล่นเกมได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยยกระดับการทำงานในด้านอื่นๆ ให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ประกอบเครื่องครั้งหน้าก็ลองหันกลับมาดูกราฟฟิกการ์ดเสียหน่อย ไม่ใช่แค่เน้นหนักไปที่ซีพียูจนตัดงบของกราฟฟิกการ์ดออกไปใช้ชิปกราฟฟิกแบบออนซีพียูเสียหมด

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here